การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวพักแรม โดยใช้บริการรถเช่า เพื่อศึกษาระดับอัตราเช่ารถแบบรายวันรายเดือนและศึกษาความเป็นไปได้ โอกาส อุปสรรค ข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการธุรกิจรถเช่า และสัมภาษณ์คุณชัยณรงค์ ยกทองมา ประธานชมรมรถเช่าจังหวัดเชียงใหม่

            ผลการวิจัยพบว่า ผู้ประกอบการ ธุรกิจรถเช่าให้ความำสคัญกับราคามากที่สุด และสถานที่ตั้ง สินค้า(รถเช่า) การส่งเสริมการขาย และการบริการตามลำดับ และมีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก 2 กลุ่ม คือ นักท่องเที่ยวภายในประเทศและจากต่างประเทศคิดเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ร้อยละ 30 นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศร้อยละ 70

            ในช่วงภาวะวิกฤติได้ใช้สื่ออินเทอร์เน็ดและสื่อสิ่งพิมพ์ในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เป็นหลัก และได้เพิ่มช่องทางบริการลูกค้าผ่าน Call Center เป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร และหลังจากภาวะวิกฤตได้เลือกใช้ช่องทางเดิมในการสื่อสารแต่เพิ่มความถี่มากขึ้น

            ในส่วนของปัญหาด้านธุรกิจที่เกิดขึ้นคือ ปัญหาด้านการลงทุนหรืองบประมาณในการเปลี่ยนรถรุ่นใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังเจอปัญหาด้านคู่แข่งในธุรกิจแบบเดียวกัน

รุ่งทิวา นาวิก

ยุพาพรรณ ด้วงเขียว

การสื่อสารการตลาดก่อนและหลังภาวะวิกฤติของธุรกิจกีฬาและสันทนาการในจังหวัดเชียงใหม่ การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเดินทางมาเล่นกีฬาและสันทนาการในเชียงใหม่, การใช้กลยุทธ์สนามกอล์ฟในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และศึกษาความเป็นไปได้ โอกาสและอุปสรรค ข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการธุรกิจสนามกอล์ฟในจังหวัดเชียงใหม่ โดยทำการสัมภาษณ์และศึกษาข้อมูลจากคุณทวีวัฒน์ ทวีผล ผู้จัดการทั่วไป อัลไพน์ กอล์ฟรีสอร์ท

            ผลการวิจัยพบว่า ผลกระทบธุรกิจกอล์ฟแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ ผลกระทบภายในและผลกระทบภายนอก ผลกระทบภายในคือ วิกฤตการณ์ด้านการเมืองที่ไม่แน่นอน จึงทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่ประชากรยังสามารถดำรงชีวิตได้ หากเทียบกับผลกระทบภายนอกคือสภาพเศรษฐิกจโลกที่ยังผันผวน และการเงินที่ไม่แน่นอนส่งผลต่อการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมไปถึงความปลอดภัยภายในประเทศ

            ในด้านของการเผยแพร่สื่อที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พบว่า กาสรนำเสนอข่าวสารวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศทำให้ นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยหากจะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย

            ในส่วนของกลยุทธ์การสื่อสารการตลาด ก่อนและหลังภาวะวิกฤตได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวโดยผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ บริษัทนำเที่ยวและแสวงหาข้อมูลผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต และหลังจากภาวะวิกฤตได้มีการเพิ่มช่องทางการสื่อสารการตลาดผ่านสื่อนิตยสาร การจัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อกระตุ้นยอดขาย ใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ และธุรกิจควรมีการปรับปรุงและพัฒนาตราสินค้าใหม่ พร้อมจัดการส่งเสริมการขาย

เอกภพ ปาลี

ชโลธร พันธ์ศิลป์

การศึกษาเรื่องกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดก่อนและหลังภาวะวิกฤติการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวด้านร้านค้าสินค้าที่ระลึก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการสื่อสารการตลาด  การบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหาการสื่อสารการตลาดในภาวะวิกฤติการณ์ของธุรกิจสินค้าที่ระลึก  ผลกระทบของวิกฤติการณ์ทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อผุ้ประกอบการ และ กลยุทธ์และเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารการตลาดในภาวะวิกฤติการณ์  โดยการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและได้เลือกคุณวสันต์  เดชะกัน ประธานกลุ่มหัตถกรรมบ้านถวาย เป็นผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ ผลสรุปการศึกษาได้ข้อสรุปดังต่อไปนี้

            วิกฤติการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบอย่างมากกับหมู่บ้านถวาย ถือได้ว่าเป็นวิกฤติการณ์ทางการเมืองที่รุนแรงที่สุด รองจากวิกฤติการณ์แฮมเบอเกอร์และวิกฤติการณ์เศรษฐกิจกรีซ กลุ่มลูกค้าที่หายไปเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ มี 2 ลักษณะ คือ 1.การเดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตนเอง (นักทัศนาจร) 2.การใช้บริการจากบริษัทนำเที่ยว (นักท่องเที่ยว)  ซึ่งทำให้ยอดขายหายไปโดยเฉลี่ยของบ้านถวาย ร้อยละ60-70 เพราะเกิดวิกฤติการณ์ทาง ด้านการเมืองภายในประเทศ จึงทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถออกมาท่องเที่ยวได้

            เครื่องมือและกลยุทธ์ที่บ้านถวายใช้ในการสื่อสารการตลาดก่อนเกิดวิกฤติการณ์ คือ การที่ชุมชนและภาครัฐร่วมประชาสัมพันธ์หมู่บ้านถวาย กลยุทธ์ก่อนเกิดวิกฤติการณ์ สื่อหลักของหมู่บ้านถวาย คือ 1. สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อแผ่นพับ, แผนที่บ้านถวาย, ปฏิทินการท่องเที่ยว 2. สื่ออินเทอร์เน็ต กลยุทธ์หลังเกิดวิกฤติการณ์ เมื่อเทียบดูแล้ว เครื่องมือและกลยุทธ์ที่ใช้ไม่มีอะไรแตกต่าง สื่อที่ใช้ยังใช้เหมือนเดิม แต่สื่อที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นมาจากสื่ออินเตอร์เน็ต

          จากวิกฤติที่เกิดขึ้นชุมชนบ้านถวายได้เรียนรู้จากวิกฤติการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งภายในและภายนอก  ทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ สิ่งแวดล้อมภายใน ภายนอก  การทำให้เกิดความศรัทธา  ความเชื่อถือ ความโปร่งใสในการบริหารงาน ซึ่งต้องอาศัยเวลาในการสร้างความศรัทธา นับได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่ชุมชนบ้านถวายได้ใช้แตกต่างจากที่อื่น ซึ่งถ้าหากต้องเจอภาวะวิฤติการณ์ในอนาคตชุมชนบ้านถวายก็สามารถรับมือและแก้ไขปัญหาได้

 กรวิทย์  วิริยะ 

ชุมพลภัทร  โรจนัสถ์ภูวเดช